The Absorbent Mind

               มอนเตสซอรีได้ตระหนักว่า สติปัญญาของเด็กนั้น มีความแตกต่างจากของผู้ใหญ่อย่างเห็นได้ชัด
ตั้งแต่แรกเกิด เด็กจะสามารถสัมผัสและรับรู้ถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้เป็นอย่างดีเธอกล่าวว่าเด็กจะมี“ความฉลาดโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเริ่มต้นมาจากการรับรู้ถึงสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว”

               สิ่งที่เด็กมีอยู่ในตัวนั้นเป็น “สัมผัสที่พิเศษและละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก ต่อสิ่งที่มากระตุ้นความสนใจของเด็ก และก็จะรับเอาสิ่งเหล่านั้นไว้เป็นส่วนหนึ่งของตนเองตลอดไป เด็กมิได้ซึมซับสิ่งเหล่านั้นด้วยสมองหรือความคิดอ่านของตน แต่ด้วยจิตวิญญาณของตน”

               เด็กเล็กๆ ไม่ได้มีสมองที่จะคิดวิเคราะห์เพื่อสร้างประสบการณ์ หรือความเข้าใจ แต่เขาจะสามารถซึมซับการเรียนรู้เข้าสู่จิตอันละเอียดอ่อนได้โดยตรงอย่างง่ายดาย การพัฒนาโดยไม่รู้ตัวจึงเกิดขึ้นจากการที่เด็กได้เชื่อมโยงกับประสบการณ์ภายนอก

               นี่คือเหตุผลว่าทำไมการพัฒนามนุษย์ในช่วงระยะแรกจึงสำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นพื้นฐานสำหรับทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่าง พัฒนาการในวัยเด็กของมนุษย์จึงไม่ใช่แค่โดยสัญชาติญาณเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการซึมซับจากสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเขาด้วย

              ความสามารถในการเรียนรู้ดังกล่าวที่ทำให้เด็กได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมของตนเอง
ซึ่งมอนเตสซอรี ตระหนักว่าจะมีผลกับสติปัญญาของเด็กที่จะทำให้เด็กพัฒนาไปจนถึงระยะที่เขาเป็นผู้ใหญ่

              เด็กจะต้องการการพัฒนาด้านสติปัญญาเท่าในช่วงอายุนี้มากที่สุด และต้องการความช่วยเหลือใน
การขจัดอุปสรรคต่างๆ ที่มีผลต่อการสร้างสรรค์ผลงานของเด็กเพื่อการพัฒนาที่ดีขึ้น

              “สิ่งต่างๆที่ได้หลั่งไหลเข้ามาในชีวิต เรามักจะเก็บไว้ในความทรงจำ   แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังเป็นคนละส่วนกับมัน เช่นเดียวกับแจกันที่ยังคงแยกส่วนกับน้ำที่มันบรรจุอยู่ แต่สำหรับเด็กสิ่งที่ผ่านเข้ามา ไม่ได้เก็บไว้เป็นเพียงความทรงจำเท่านั้น แต่ยังหล่อหลอมรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขา ซึ่งเราให้คำจำกัดความสิ่งนี้ว่า  “การเรียนรู้โดยการซึมซับ”

              ลักษณะเฉพาะของแต่ละคน จิตที่ยังเยาว์ และสิ่งแวดล้อม ล้วนมีความสัมพันธ์กัน โดยสิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวหล่อหลอมให้เกิดลักษณะเฉพาะของแต่ละคน จนทำให้เกิดความเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ

              ในช่วงแรกของชีวิต ความสำคัญของการศึกษาก็คือเป็นสิ่งที่ช่วยปลุกพลังจิตที่หลับใหลอยู่ในตัวเด็ก ผู้ใหญ่นั้นรับรู้ถึงสิ่งแวดล้อมของตน โดยการจดจำและคิดถึงสิ่งเหล่านั้น แต่สำหรับเด็กพวกเขาจะซึมซับจากสิ่งแวดล้อม สิ่งที่พวกเขาเห็นไม่ใช่แค่จะจดจำมันไว้เท่านั้นแต่จะรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณ เด็กจะหลอมรวมเอาทุกอย่างที่ตาเห็นและหูได้ยินเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจิตใจของตน ซึ่งสิ่งเดียวกันนี้จะไม่มีผลในลักษณะเดียวกันกับผู้ใหญ่ แต่จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาของเด็ก

              ไม่มีสิ่งใดที่สำคัญสำหรับมนุษย์เรามากไปกว่าจิตที่ซึมซับ เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้เราเติบโตขึ้นเป็น
ผู้ใหญ่ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละสภาพสังคม สภาพอากาศและประเทศและทั้งหมดนี้ล้วนมีพื้นฐานมาจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้เรียนรู้

              ลักษณะพฤติกรรมทางสังคมและจริยธรรม รวมทั้งความรู้สึกนึกคิดและนิสัยใจคอที่แตกต่างกันไปในแต่ละเชื้อชาติ ศาสนา ซึ่งทำให้มนุษย์แต่ละคนมีบุคลิคภาพที่แตกต่างกันนั้นล้วนถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่ในวัยทารก

               จริงๆ แล้ว เด็กไม่ได้เรียนรู้ภาษาของตนเองอย่างเป็นแบบแผนในชั้นเรียน แต่เกิดจากการทำ
กิจกรรมต่างๆ ซึ่งทำให้เกิดการเรียนรู้โดยไม่รู้ตัว

              ลักษณะของคนแต่ละคนถูกสร้างสรรค์ขึ้นอย่างละเอียดอ่อน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์  และถ้าการสร้างสรรค์เหล่านี้ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว ก็เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าจิตวิญญาณของแต่ละคนนั้นก็ขึ้นอยู่กับการที่ได้ถูกหล่อหลอมมาจากพื้นฐานชีวิตในช่วงระยะแรก              

              ถ้าสิ่งที่เราต้องทำคือการช่วยเหลือมนุษย์ในด้านความคิดจิตใจแล้ว สิ่งแรกที่เราต้องเรียนรู้ก็คือ จิตที่ซึมซับของเด็กนั้นได้รับ “สารอาหาร” จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเขา